ปัญหาน่าปวดหัวที่ทำให้หลายคนเบื่อระอาไม่อยากจะไปเที่ยวกางเต็นท์ตามอุทยานแห่งชาติอย่างหนึ่งก็คือ ปัญหาเสียงดัง ทั้งการคุยกันของ คนปกติ และ บรรดา ขี้เมาที่เปลี่ยนที่กินเหล้า ปัญหานี้แก้ไขยาก และต้องทำใจ พอสมควร ส่วนวิธีแก้ไข ก็ต้องเน้นการจัดการที่ตัวเราเองเป็น หลัก เช่น ไปกางเต็นท์วันธรรมดา เลือกตำแหน่งกางเต็นท์ไกลจากเต็นท์ขี้เมา เป็นต้น

 

ปัญหาในเรื่องเสียงนั้น เสียงคุยกันของบรรดาขี้เมา หรือไม่ขี้เมาก็ตามที จะดังมาก โดยเฉพาะในยามดึก เพราะความเงียบ แต่เสียงคุยกัน ธรรมดา ก็ดังมากเช่นกัน โดยเฉพาะเสียงคุยกันที่ฟังไม่รู้เรื่อง เบามากจนฟังไม่รู้เรื่อง ก็จะน่ารำคาญเหมือนแมลงดังหึ่งๆ มาตอมหูให้รำคาญ

 

ในอุทยานแห่งชาติบางแห่งเจ้าหน้าที่น้อย ไม่เหมือนเจ็ดคตสระบุรี ที่นี่ควบคุมได้ดี นักท่องเที่ยวไม่มีเสียงดัง ส่วนอุทยานแห่งชาติยอดนิยม อย่างเขาใหญ่ ช่วงไหนเจ้าหน้าที่ ดุ ก็เงียบ ช่วงไหนเจ้าหน้าที่ปล่อย ก็ดัง เพราะมีเจ้าหน้าที่เข้าเวรคนเดียว เอาไม่อยู่

 

 

เมื่อปัญหาเป็นอย่างนี้ นักท่องเที่ยวก็ต้องหาวิธีแก้ไขกันเอง เช่น
1. เกาะกลุ่มอยู่ด้วยกัน อย่างที่เขาใหญ่ ตำแหน่งกางเต็นท์ใกล้สระน้ำ ต้นมะขาม ละแวกนั้น จะเป็นจุดที่บรรดา ผู้สูงวัย นิยมมากางเต็นท์ และ จะไม่มีเสียงดัง เพราะ เพียงแต่หากเป็นช่วงวันหยุด ก็จะเต็มเสียก่อน
2. กางเต็นท์ใกล้เจ้าหน้าที่ นักท่องเที่ยวอาจจจะมีความเกรงใจ หรือเจ้าหน้าที่อาจจะออกไปเตือน ถ้าไม่หลับเสียก่อน
3. ไม่เที่ยวกางเต็นท์วันหยุดยาว คนจะไปเที่ยวกันเยอะ แต่ช่วงอากาศหนาว อากาศดี แค่หยุดเสาร์อาทิตย์ คนก็มากันเยอะมาก โดยเฉพาะ สถานที่กางเต็นท์ที่เข้าถึงสะดวก เช่น วังบอน นครนายก เจ็ดคตเขาใหญ่ ซึ่งอยู่ไม่ห่างกรุงเทพมากนัก การเที่ยวกางเต็นท์วันอาทิตย์ - พฤหัสบดี จะเงียบที่สุด สำหรับสถานที่กางเต็นท์ยอดนิยมทั้งหลาย


4. หาทำเลให้ห่่างนักท่องเที่ยวที่มากลุ่มใหญ่ หรือหากเห็นท่าไม่ดี ก็ย้ายเต็นท์ไปที่ไหม่ ที่มีโอกาสเงียบ


5. ใช้รถตู้ รถแวน นอนในรถ ผู้เขียนใช้วิธีนี้ นอนในรถ จอดที่ลานจอดรถ เงียบมาก จนน่ากลัว แต่บริเวณอื่น ดังสนั่น

 

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อเต็นท์ใกล้ๆ ทำเสียงดัง

เมื่อเต็นท์ใกล้เคียงทำเสียงดัง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่ไม่ห้าม ก็ต้องระวังในการกระทำต่างๆ เช่น
1. เอาปืนบีบีกัน หนังสติ๊กยิงเต็นท์ที่เสียงดัง หากโดนตาบอด พิการ คงจะไม่ใช่เรื่องเล็ก กลางคืนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร
2. การไปเผชิญหน้ากันโดยตรง หากคู่กรณีอยู่ในสภาพมึนเมาแล้ว ก็มีโอกาสเกิดปัญหาทะเลาะวิวาทกันได้

 

ปัญหาเสียงดังของนักท่องเที่ยวกางเต็นท์ เป็นเรื่องยากในการแก้ไข นอกเสียจากกว่า เจ้าหน้าที่จะต้องเข้มงวดจริงๆ แต่ก็นั่นแหละ หากเจอ ขาใหญ่ ลูกหลานผู้มีอำนาจมากางเต็นท์ ก็ทำอะไรไม่ได้ เจ้าหน้าที่ก็ไม่กล้าเหมือนกัน กลัวมีปัญหา

 

คนชอบทำเสียงดังจะมีวันคิดได้หรือไม่

คนที่มาเที่ยวกางเต็นท์มีหลายแบบ แต่คนที่มาหวังเปลี่ยนสถานที่ปาร์ตี้จะมีมากกว่า คนที่เน้นมานอนหลับพักผ่อน หากคนที่เน้นมาเที่ยว หวังเปลี่ยนที่กินเหล้า ไม่เคยมาคนเดียว ก็ยากจะรู้ว่า เสียงดัง นั้น รบกวนคนอื่นอย่างไร เพราะคนทำเสียงดัง จะไม่มีวันรู้ว่า ตัวเองทำคนอื่น เดือดร้อนอย่างไร

 

สรุปแล้ว เอาตัวเองให้รอดก็แล้วกันครับ เพราะเรื่องนี้ไม่มีทางแก้ไข ยากมาก เจ้าหน้าที่ก็เข้มเป็นระยะๆ หรือก็ต้องหลับ ต้องนอนเหมือนกัน เหนื่อยแล้วก็ต้องปล่อยๆ ดูแลได้ไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในอุทยานแห่งชาติ เพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวเสียงดัง จะมีมาเรื่อยๆ เหมือนคลื่นลูกใหม่ มา เรื่อยๆ ผู้เขียนเคยกางเต็นท์อยู่ยาวไม่เหมือนคนอื่น อยู่ทีเป็นเดือน จึงเจอคนหลายแบบ บรรดานักท่องเที่ยวเสียงดัง มีมาทุกวัน อาศัยว่าใช้รถตู้ และนอนในรถ จึงขับหนีไปหาที่เงียบๆ ได้ คนพวกนี้มีเยอะมาก ขจัดอย่างไร ก็ไม่มีวันหมด ไปจากอุทยานแห่งชาติ

 

จากที่ได้ไปมาหลายแห่ง เจ็ดคต เป็นที่ที่เงียบกว่าที่อื่น เจ้าหน้าที่เข้มข้น ดูแลดี เพราะที่นี่เน้นรับเงินบริจาค จากนักท่องเที่ยว จึงมีรายได้ที่ดี กว่า และเงินก็ไม่ต้องส่งเข้ากองกลาง จึงมีงบจ่ายเจ้าหน้าที่ได้อย่างทั่วถึง ดูแลตัวเองได้ดีกว่าอุทยานแห่งชาติ